Showing posts with label อุทิศบุญ. Show all posts
Showing posts with label อุทิศบุญ. Show all posts

Thursday, 18 February 2016

ข้อปฏิบัติ และกระบวนการในการใส่บาตรพระที่ถูกต้อง

ในการใส่บาตรพระ จริงๆ แล้วเรา "ชาวไทยพุทธ" มีประเพณีที่ปฏิบัติกันมาเป็นกิจกรรม ดิฉันผู้เขียนเอง ก็ยังไม่ทราบที่มาหรอกค่ะ (ยังไม่ได้ค้นคว้า) แต่มั่นใจว่ากระบวนการตามวิธีการตักบาตรนี้น่าจะยึดถือและนำมาปฏิบัติต่อไปอย่างถูกต้องสวยงาม ดีงาม ตามที่บรรพบุรุษยึดถือมานาน

น่าจะเป็นไปตามจารึกทางพุทธศาสนา และขณะนี้ รู้สึกว่า คนรุ่นใหม่ จะเริ่มหลงลืมกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งเราก็มิใช่ว่าจะหลงเน้นแต่พิธีกรรม แต่มันเป็นพุทธะกริยาที่สมควรสืบทอดไว้ เป็นกิจกรรมที่อ่อนโยน ดูมีวัฒนธรรมตามจารีตประเพณีของชาวไทย หรือ ชาวเอเชียส่วนใหญ่ ซึ่งชนชาวแถบๆเอเซียเราจะทำได้สวย อ่อนช้อย ดูดี

ดังนั้นเราควรจะให้ลูกหลาน ได้เรียนรู้ หรือ ควรจะบรรจุไว้ในหนึ่งกิจกรรมที่โรงเรียนควรนำมาฝึกเยาวชนให้เข้าใจ พร้อมใจปฏิบัติ ลดทอนความกระด้าง กระโดกกระเดก จำได้ว่าผ่านมายุคสมัยหนึ่ง ในช่วงเวลาอายุของผู้เขียนนี่เอง ต้องยอมรับว่า ไม่ค่อยทราบกัน เพราะเราโตมาในยุค เทคโนโลยีเบ่งบาน วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเป็นเกณฑ์มาตรฐานกิจกรรม ทำให้จารีตเราดูงมงาย ไร้สาระ ... เสียดายสิ่งที่พ่อแม่ปู่ย่าสะสมมาจริงๆ ...

ในการตักบาตรนั้น นอกจากเราต้องเตรียมของใส่บาตร ตามความเชื่อว่า ต้องมี อาหาร น้ำ คาวหวาน ดอกไม้ธุปเทียนแล้ว แต่ดิฉันนั้น..พ่อแม่เคยสอนว่า มีอะไรจะใส่ ก็ใส่ได้ ตามความพร้อมเพราะเราตักทุกวันมากน้อยแต่ให้สม่ำเสมอมิให้ขาด อยากให้เราใส่บาตรทุกวัน เพราะพระเขาไม่สะสมอาหาร หมดแค่เที่ยงต่อวัน พระท่านเดินผ่านหน้าบ้านทุกวัน (ต้องตื่นเช้าเลยสิ) แต่ทุกวันน้ำนี่อย่าให้ขาด เพราะพระจะฉันแล้วติดคอ ดอกไม้ ก็เพื่อให้สวยชาติหน้า แต่จริงๆ คือ พระเขาไม่ให้เด็ดดอกไม้ จะมีดอกไม้ไปบูชาพระ ก็ต้องมีโยมตักบาตรถวายนี่แหละ แล้วดอกไม้ก็เหี่ยวทุกวัน ต้องเปลี่ยนทุกวัน ...จำติดใจ โดนปลูกฝังอย่างไรมา ก็ปฏิบัติตามนั้น ...



มาดูวิธีปฏิบัติ ตามที่พระอริยะโอวาท ว่าไว้ค่ะ ตามพุทธวจน ไปค้นๆ มา เพื่อให้พุทธสานิกชน ได้ดำเนินสืบทอดให้ยาวนาน มาเริ่มกระบวนการตักบาตรกันค่ะ

1. การนิมนต์พระ

เมื่อพระเดินมาบิณฑบาตร และ หลังจากพวกเราเตรียมอาหาร สำรับกับข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระ พอพระเดินมาถึงเรา เราก็ต้อง "นิมนต์ท่าน" การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า "นิมนต์ครับ/นิมนต์ค่ะท่าน" แค่นี้ พระก็ทราบแล้วว่าโยมจะตักบาตร  ไม่ต้องใช้คำนิมนต์ให้ยากอะไรนัก "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ" อันนี้ ก็ไฮโซไปนะคะ หรือ "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์" พระอาจสะดุ้งได้ หากท่านเพิ่งบวชไปแค่ อาทิตย์เดียวเอง ...

การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวม และ ใช้เสียงดังพอประมาณ   โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิโมนนนน" ตะโกนลั่น มันไม่สำรวมน่ะค่ะ นอกจากนี้ ต้องสังเกตุอายุของพระด้วย ถ้าเป็นพระเด็กๆ ก็ไม่ต้องเรียกหลวงพี่ หลวงน้าอะไรหรอกค่ะ เรียก "ท่าน" ตามปกติไปนี่แหละ ..บางคนไม่ค่อยได้ทำ เขินอาย หรือ ลนลาน พาลกวักมือเรียกเพราะ พร้อมกับเปล่งวาจา จอดๆๆ จอดค่ะ จอด ... อันนี้ก็ไม่ควรเขิล หรือ ลนลานจนเกินเหตุ ศึกษาไว้ จะได้ทราบและพร้อมทำอย่างถูกต้อง ... ครั้งสองครั้งก็คล่องแล้วค่ะ ...

2.จบ 

การจบคือ การยกสิ่งของที่เราจะถวายพระ หรือ ใส่บาตร ขึ้นมาจรดหน้าผาก พร้อมทำการอธิษฐานและควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ใช่ให้พระท่านยืนเปิดฝาบาตรรอ จนท่านสงสัย โยมอธิษฐานขออะไรหนอ มากมายขนาดท่านต้องคอยนานมาก..

3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า

จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือ การให้ความเคารพพระสงฆ์ โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่านเพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตรท่านจะเดินเท้าเปล่า (บางท่านปัจจุบันสวมรองเท้า แต่ก็บางๆ เท่านั้น) บางญาติโยมมีไม่เข้าใจ ถอดรองเท้า แต่ก็กลับเอารองเท้ามารองโดยขึ้นไปยืนบนรองเท้าอีกทีซะงั้น  หรือบางโยม ขึ้นไปยืนบนฟุตบาท แต่พระยืนบนพื้นถนน ต่ำกว่าโยมไปเสียงั้น ระวังกันด้วยค่ะ ให้พระท่านไปยืนบนฟุตบาท เราลงมาที่พื้นถนนเถิดค่ะ

4. ใส่บาตร 

มาถึงการใส่บาตรเสียที การใส่บาตร มีสิ่งที่พระท่านชอบเล่าขำๆ เวลาดิฉันไปถวายเพล มีเวลานั่งคุยกับพระ เพราะดิฉันจะถามท่านว่า ใส่บาตรได้มั้ยเจ้าคะ สิ่งนี้ พรุ่งนี้จะได้ใส่ไปพร้อม ไม่เช้่นนั้น จะนำมาถวายทีหลัง ปัจจุบันทุกคนมักมองข้ามว่าสิ่งใดควรใส่บาตร สิงใดๆ เขาไม่ใส่ในบาตรกัน ทั้งโยม ทั้งพระพอกัน ทุกวันนี้ อ้าฝาบาตรพร้อมรับหมด ท่านลืมหรือ ท่านไม่ทราบ ดิฉันก็สุดคาดเดา กับข้าว ข้าว ก็ใสบาตรได้ แต่บางอย่างก็ให้วางบนฝาบาตรแทนค่ะ และวางด้วยความสำรวมค่ะ

5. รับพร 

หลังจากใส่บาตรแล้ว พระสงฆ์ก็จะให้พร เราก็ประนมมือรับตามระเบียบ นั่งคุกเข่า หรือย่อตัวลง หากไม่สะดวกจริงๆ ที่จะปฏิบัติให้ถูกต้อง ก็ยืนประนมมือสำรวม แต่ควรนั่งลงเพื่อจารีตที่สวยงามนะคะ ลูกหลานจะได้ไม่จำไปผิดๆ ...


จบกระบวนการค่ะ ขอให้สาธุชน ตักบาตรกันให้สะดวกสบายใจไม่ขัดเขินนะคะ การสะสมบุญโดยการตักบาตร หลวงพ่อจรัญสอนว่า อย่าไปคิดว่า พระจริง พระเก๊ ...เราตักไปด้วยความตั้งใจดี ก็เป็นบุญเราค่ะ



Monday, 15 February 2016

ข้าพเจ้าอุทิศบุญแล้วเจอเหตการณ์ประหลาด ...????

กรวดน้ำอุทิศบุญ ขณะที่ทำ ได้ยินเสียงทุบประตู
เสียงที่ได้ยิน คือ อะไร ?


ข้าพเจ้านั้นตั้งใจยิ่งด้วยอายุมากขึ้น กลัวสะสมบุญไม่ทันล้างกรรมเก่า รวมทั้งสำนึกกรรมใหม่ที่ก่อมาอีกมากมาย..ไม่อยากคิด...บารมีอาจมีถึงพอจะเข้าใจพุทธศาสนา จึงว่าจะเลี่ยงเรื่องกรรมทั้งปวงแม้แต่วจีกรรม มโนกรรม จากเล็กๆน้อยๆจะฝึกไปจนให้มันแข็งกล้าละเรื่องใหญ่ๆไปจนเรียบนิ่ง...แก่กล้าในกุศลลดทอนกรรมที่เผิชญอยู่และยังจะต้องพบเจอในอนาคต...อะไรที่มันจอมปลอมปลิ้นปล้อนกันนักก็หวังละเว้น หลักเลี่ยง คือ ลดความ ผิดพลาด ก่อกรรมให้น้อยที่สุดชดใช้กรรมให้มากที่สุด เพราะได้ศึกษาเรื่องกรรมมากขึ้น...มีเวลาอ่านบันทึกต่างๆมากมายขึ้น... ความแตกต่างของกรรมที่ทำให้คนแตกต่าง...ต่างคนต่างกรรมต่างวาระ จนเรียกได้ว่าเชื่อใน #ลัทธิกรรม. ต้องเรียกอย่างนี้ มีพระอาจารย์หลายท่านที่ปฏิบัติธรรมมายาวนาน ท่านจะสรุปมรรคผลที่ท่านเรียนรู้เชื่อถือ พยายามบอกกล่าวคือ กรรมมีจริง แต่ข้าพเจ้าขอเรียกมันว่า...ความเชื่อในลัทธิกรรมเก่า จึงคิดว่ากรรมมีจริง...


พระอาจารย์ที่มุ่งมาทางลัทธิกรรม ทฤษฏีกฏแห่งกรรม หลักการภพชาติ ได้แก่

สมเด็จพระณาณสังวรฯ

หลวงพ่อจรัญฯสมเด็จ

พระพุฒจารย์โต

แม่ชีทศพรฯ

เกจิ..สมเด็จเหล่านี้..ชัดเจนในเรื่องการเจาะลึกทฤฏีกรรม รวมทั้งให้แนวทางการลดทอนกรรมการสร้างบุญ การสวดมนต์สร้างบารมีให้แก่กล้าจนเห็นกรรม...เห็นด้วยตนเองระลึกได้ด้วยตนเอง...สามารถกระทำได้ ท่านเหล่านี้ให้แนวทางไว้แล้ว...เมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาได้อ่านบทความต่างๆที่เพื่อนๆแชร์ๆมา ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจว่าจะลองปฏิบัติดูว่า...เลือกเอาเรื่อง...ต่างๆมาลองทำดู..ได้แก่

#การทำกรรมดีในแต่ละวันแล้วเราอุทิศบุญบ่อยๆทุกครั้งไม่ว่าทำกุศลอะไรตั้งใจทำอย่างจริงใจมุ่งมั่นทำสติจดจ้องรวมจิตใจเพ่งสมาธิเพื่ออุทิศบุญสม่ำเสมอ...โดยการกรวดน้ำลงดินจริงๆ....ข้าพเจ้าจะลองทำดูสิ จะได้ผลยังไง?ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเตรียมที่กรวดน้ำพร้อมเสมอข้างตัวเติมน้ำไว้รอหลั่งลงดินเมื่อข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้าทำกรรมดี..!!!

#กรรมดีอะไรที่ข้าพเจ้าจะทำนอกจากไปตักบาตรทุกวันแล้วก่อนไปจุดธูปหลังตักบาตรกรวดน้ำก็ทำบ่อยไม่เว้นวันพระเลย หนึ่งหละ ข้าพเจ้าจะกำหนดเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วมันมีอะไรบ้าง...ข้าพเจ้าคิดทบทวนไปมากมาย สรุปได้หลายพฤติกรรมที่จะละเว้นที่จะปฏิบัติ ตย. ผุดขึ้นมามากมาย พ่อข้าพเจ้าเองที่เป็นตัวอย่างดีๆหลายอย่างแก่กล้าบริสุทธิ์ในตัวท่านเอง...ไกล้นิดเดียว! เราเป็นบุตรี ได้มาทางสายเลือดอยู่แล้ว...ทำไมไม่ดูท่านเป็นตย. จึงได้แนวทางทำได้เลย...


#กรรมดีเผยแพร่ธรรมมะทาน ข้าพเจ้าก็ทำไปเรื่องนึงคือพิมพ์แผ่นธรรมทานกรวดน้ำไปแล้ว ทำตามวาระ แต่ยังมีอีกแบบคือ ตั้งใจว่าจะพิมพ์ธรรมมะสรุปจากบทต่างๆหนังสือต่างๆมาถอดความสรุปใหม่ เขียนตามความเข้าใจของตัวเองจากประสบการณ์กรรม การน์แปลกๆที่อุบัติขึ้นให้ข้าพเจ้าแปลกใจเสมอๆมาแบ่งปัน พยายามเขียนพิมพ์สรุปให้หลายๆท่านได้อ่านและเป็นบุญกุศลต่อข้าพเจ้าเอง...นี่คือความตั้งใจในกุศลกรรมดี...ตามหลักการของทฤษฏี #ลัทธิกรรม โดยหลวงพ่อจรัญบอกว่าให้ ลดทอนกรรมได้ แต่สมเด็จพระญาณสังวรมิได้กล่าวไว้เช่นนี้ แต่ให้มุ่งสร้างบุญหนีกรรม...อาจจะคล้ายกันแต่แนวทางปฏิบัติต่างกันเล็กน้อย...อ้างอิงตามความเข้าใจของข้าพเจ้าเองขณะเขียนนี้...อนาคตอาจไม่ใช่หากเข้าใจหรือศึกษาได้ลึกซึ้งกว่านี้...(เพิ่งศึกษาจริงจัง 3 วัน)


#เมื่อตั้งใจจึงมุ่งทดลอง การทดลองคือ ตามหลักการพระญาณสังวรคือ ทำจิตเป็นกุศล สวดมนต์สม่ำเสมอ ข้าพเจ้ากระทำ...ตามหลักการของหลวงพ่อจรัญคือ ตักบาตรทุกวัน สวดมนต์ แผ่เมตตาผู้อื่นตนเอง ปฏิบัติกรรมมัฐฐาน และอุทิศบุญสม่ำเสมอทุกครั้งที่ทำกรรมดี ข้าพเจ้ามุ่งกระทำ....วานนี้ข้าพเจ้าก็ไปค้นหาเนื้อหาข้อมูลเกี่ยวกับ ศีล 8. ลงในเฟสบุ้คเป็น"เทคโนโลธรรมมะทาน" ตั้งใจพิมพ์ด้วยจิตเป็นกุศลเต็มที่และนำภาพมาประกอบให้ตรงกันแบบผู้รู้ หวังว่าคนอื่นที่มาอ่านจะได้เข้าใจไปด้วย มากน้อยผิวเผินก็ยังดีกว่า ไม่ได้เคยรู้อะไรเกี่ยวกับศีล 8. คืออะไรเลย...พยายามนั่งพิมพ์ด้วยจิตปิติ...จนกระทั่งสัก 2 ทุ่มของเมื่อวาน เหลือบมาอ่านเฟส มีผู้มาแชร์ธรรมะทานที่ตั้งใจเผยแพร่ด้วจิตกุศลเต็มเปี่ยม...เห็นดังนั้นดีใจ จึงเดินไปหยิบขวดกรวดน้ำประจำกาย...เดินออกไปนั่งใต้ต้นไม้..จุดธูป 3 ดอกแล้วตั้งจิตอธิษฐาน...ตามความเชื่อลัทธิกรรมของหลวงพ่อจรัญฯ...ดังนี้...



#เมื่อทำกุศลดี ทุกครั้งตั้งนะโม 3 จบ ข้าพเจ้า...เกิดวันที่ ... ข้าพเจ้าขอตั้งจิตถึงบารมีสิ่งศักสิทธิ์ทั่วสากลโลกที่ปกปักรักษาลูกอยู่ วันนี้ลูกได้ตั้งจิตถวายบุญกุศลนี้ ... แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ขอให้ผลบุญส่งให้ลูกเจริญก้าวหน้าขึ้น ทั้งหน้าที่การงาน ความรัก และขออุทิศบุญกุศลนี้ ให้กับเจ้ากรรมนายเวรทุกภพทุกชาติและรวมถึงวิญญานที่ตามมา ทุกผู้ทุกตนให้มารับ"มหากุศล"นี้เทอญ... สาธุ สาธุ สาธุ


ขณะกรวดน้ำลงดินหยดสุดท้าย ข้าพเจ้ายังกล่าวคำว่าสาธุๆ จะเอ่ยสาธุครั้งที่ 3. ยังไม่ทันได้เอ่ย..จู่ๆประตูบ้านก็มีเสียงเหมือนใครกระแทกประตู พร้อมมีเสียงเล็บลากแกรกๆด้วย ข้าพเจ้าสะดุ้งนึกว่าหมาจะออกมาตามจึงกระโดดตะปบประตู....จึงวิ่งไปเปิดประตู ใจก็คิดว่าจะเห็นหมาน้อย...กะจะหยอกล้อว่า อ้อๆๆจะออกมาตามแม่ใช้ม๊าาาา....แต่เมื่อเปิดประตู...หลังประตูนั้นไม่มีอะไรสักตัว หมาหรือเงาใดๆ...งงเล็กน้อย???? จึงร้องเรียกจะดูว่าหมามากระโดดตะปบประตูแรงขนาดนั้นแอบหนีไปไหน แต่เมื่อเดินหาก็ต้องแปลกใจอีกเพราะหมาน้อยนอนหลับมุ่ยตุ้ยใต้โซฟาด้านในห่างประตูมาก มันได้ยินเสียงเรียกมีบิดตัวแบบบิดขี้เกียจเหมือนว่านอนเพลินๆมาเรียกทำไม????สรุปคือลูซี่ไม่ได้เคาะ งั้นใครเคาะตอนเรากรวดน้ำ!!!


แต่มีเสียงดังโครมแกรกๆๆๆ...ชัดเจนมาก ข้าพเจ้าขนลุก ยกหูโทรหาน้องชาย ...มันคืออะไรวะ????
หรือเขารับบุญหรือเขาไม่ต้องการ หรืออะไร ??????
สิ่งที่ได้ยินเกิดจากการอุทิศบุญใช่หรือไม่...งั้นยิ่งต้องทำเพิ่มๆๆๆๆๆๆๆ 
หรือเขามาบอกว่าทำถูกแล้ว ทำแบบนี้มีจริง....ถ้าแบบนั้นข้าพเจ้ายิ่งเชื่อมั่นมากแต่วันนี้ไม่มีกรรมดีใดๆพอจะอุทิศได้ วันนี้เมตตาหลานสาวขับรถพาำปซื้อถุงน่อง ซื้อน้ำหอม...ให้เขาเป็นสุข. อันนี้อุทิศได้มั้ย????

ไม่มีความดีค่ะวันนี้!!!!! แต่อยากกรวดน้ำอีก อยากค้นหาที่มาของเสียงถีบประตูดังโครมนั่น...?????มันคืออะไร????

#เรื่องนี้หลอนไม่ตลกและเชื่อในบุญกรรมมากมาย